ทำสื่ออย่างไรให้ยืนยาวในยุคที่ทุกคนเป็น Content Creator?
“ทุกคนคือสื่อ… แต่ไม่ใช่เจ้าของสื่อ” เป็นประโยคจาก คุณหนุ่ย–พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ ที่ทำให้เราต้องหยุดคิด เพราะในโลกที่ใครก็เปิดช่องเป็นของตัวเองได้ ก็เหมือนทุกคนมีไมค์อยู่ในมือ แต่ไมค์นั้นอยู่บทเวทีที่มีคนอื่นเป็นเจ้าของ
แพลตฟอร์มคือเจ้าของพื้นที่จริง ๆ เราเพียง “เช่าเวลา” อยู่ในระบบของอัลกอริทึม ที่เปลี่ยนกติกาทุกเดือน และอาจเปิดการมองเห็นเราได้ทุกเมื่อ ในวันที่คนดูไม่ใช่สิ่งที่เราควบคุมได้ทั้งหมด สิ่งที่เหลืออยู่คือ “คุณค่าของเนื้อหา” และ “ความเข้าใจคนดู”
คุณหนุ่ยเล่าว่า การทำสื่อวันนี้ยากกว่ายุคไหน ๆ เพราะไม่ใช่แค่ “พูดให้ดัง” แต่ต้อง “พูดให้ตรงใจ” และ “พูดให้ถูกเวลา” เพราะต่อให้โพสต์ดีแค่ไหน ถ้าอัลกอริทึมไม่ส่งต่อ มันก็จบตั้งแต่ยังไม่เริ่ม
แม้ว่า สื่อจะทำงานเพื่อให้ “ลูกค้ารวยขึ้น” คือเมื่อแบรนด์มาจ้างผลิตโฆษณา ก็ต้องทำให้ลูกค้าของเราสามารถสร้างยอดขายได้เพิ่มมากขึ้น แต่ในวันนี้ สื่อจำนวนมากต้องหาวิธีที่ทำให้ “ตัวเองรอด” ด้วยเช่นกัน เพราะรายได้จากโฆษณาแบบเดิมหายไปแทบทั้งหมด
ลองนึกภาพ รายการโทรทัศน์ที่เคยขายโฆษณาได้นาทีละหลักแสน วันนี้กลับเหลือเพียงหลักหมื่นเท่านั้น มันไม่ใช่เรื่องของ “คอนเทนต์ไม่ดี” แต่เพราะ “โครงสร้างรายได้ที่เปลี่ยนไปทั้งระบบ” ซึ่งส่งผลให้รายได้หายไปกว่า 90%
นี่คือจุดเริ่มต้นของ “ยุคสื่อเล็กแต่คุณภาพ” คุณหนุ่ยเรียกมันว่า “ยุคสื่อไม่ต้องสร้างตึก” เพราะไม่จำเป็นต้องมีทีมงานหลัก 100 คน หรือมีออฟฟิศที่ใหญ่โต ขอแค่เป็น “ตัวจริง” ในสิ่งที่พูด และมี “ตัวตน” แบบที่คนอยากดู
คนทำสื่อยุคนี้ต้องเข้าใจ Business Model ใหม่ รายได้ไม่ได้มาจากโฆษณาอย่างเดียว แต่มาจากสปอนเซอร์, การร่วมสร้างคอนเทนต์, และการสร้างแบรนด์ตัวเองให้มีมูลค่า เพราะ “สื่อ” ไม่ใช่แค่เครื่องมือบอกเล่า แต่เป็น “สินทรัพย์ทางธุรกิจ” ที่ต่อยอดได้
แต่อีกด้านหนึ่ง การทำคอนเทนต์ที่ดีและเป็นกลางกลับไม่ได้ถูกผลักดันเท่ากับ “เรื่องฉาว” เพราะระบบแพลตฟอร์มชอบสิ่งที่มีคนมาถกเถียงกัน นี่คือความย้อนแย้งของยุคดิจิทัล เพราะยิ่งเรียกร้อง “ความจริง” มากเท่าไหร่ อัลกอริทึมกลับส่งเสริม “อารมณ์” มากขึ้นเท่านั้น
คุณหนุ่ยจึงบอกว่า “การทำความรู้ให้สนุก” คือความท้าทายสูงสุด มันเป็นการเดินทางบนเส้นบาง ๆ ระหว่าง “สาระ” กับ “ความสนุก” โดยไม่เอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง และนั่นคือสิ่งที่ทำให้คนอย่างเขายังยืนระยะในวงการได้กว่า 20 ปี
ในอดีต ผู้จัดรายการจะรู้แน่ชัดว่า รายการนี้จะได้เงินจากแพลตฟอร์มเท่าไหร่ แต่ในวันนี้ รายได้ไม่แน่นอนเลย คนทำคอนเทนต์ต้องมี “หลายขา” ทั้งแพลตฟอร์มหลักและสปอนเซอร์ เพราะการพึ่งพาแหล่งรายได้ทางเดียว ไม่เพียงอีกต่อไป
แต่ไม่ใช่ว่า “สปอนเซอร์” จะเป็นคำตอบทั้งหมด เพราะถ้ารับทุกงานรีวิว หรืองานจากสปอนเซอร์ คุณจะกลายเป็น “คนขายของ” และคนดูจะไม่เหลือเหตุผลในการเชื่อใจคุณอีก แต่สิ่งที่แบรนด์ต้องการไม่ใช่แค่การถูกถึง แต่เป็น “ความจริงใจที่คนดูรู้สึกได้”
การบาลานซ์ระหว่าง “เรา ลูกค้า และคนดู” จึงเป็นศิลปะของคนทำสื่อยุคใหม่ เพราะความสัมพันธ์ทั้งสามฝั่งนี้ เปราะบางและเปลี่ยนเร็ว ถ้าขาดความเข้าใจแม้แต่นิดเดียว ก็อาจเสียทุกอย่างไปในพริบตา
คุณหนุ่ยยังพูดอีกหนึ่งคำที่น่าสนใจมากคือ “ออกแบบคนดู” มันไม่ต่างจากการทำการตลาด เพราะไม่มีคอนเทนต์ใดตอบโจทย์ได้ทุกเพศทุกวัยได้ เราต้องรู้ว่า “ใครคือคนที่เราทำเพื่อเขา” และออกแบบประสบการณ์ให้เขาอยากกลับมาดูซ้ำ
ในยุคที่ทุกคนสามารถเป็น Content Creator ได้ แต่สิ่งที่แยก “คนธรรมดา” ออกจาก “มืออาชีพ” คือความเข้าใจใน “ระบบนิเวศของสื่อ” คนเก่งไม่ใช่คนที่พูดดังที่สุด แต่เป็นคนที่ “เข้าใจเกม” และ “สร้างเกมของตัวเองขึ้นมาได้”
และในโลกที่ AI เริ่มสร้างคอนเทนต์ได้เหมือนคน คุณหนุ่ยเตือนว่า “เก่งอย่างเดียวไม่พอ” ต้องมี Growth Mindset ที่พร้อมเรียนรู้ ปรับตัว และยืดหยุ่นเสมอ เพราะสุดท้าย สิ่งที่ AI ไม่มีคือ “หัวใจของคนที่อยากเข้าใจคนดู”
วงการสื่อในวันนี้ ไม่ใช่สนามของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นสนามเปิด ที่ทุกคนมีสิทธิ์ขึ้นมาเล่นได้ แต่คำถามคือ คุณจะเล่นแบบ “ตามกระแส” หรือจะสร้าง “คุณค่าที่แท้จริง” ที่ยืนอยู่เหนืออัลกอริทึม?
เพราะสุดท้าย “สื่อ” ไม่ได้อยู่ในมือถือหรือแพลตฟอร์ฒ แต่มันอยู่ใน “วิธีคิด” ใครที่เข้าใจว่า สื่อคือการรับใช้คนดู ไม่ได้แค่การสะสมยอดวิว คนนั้นก็จะยืนได้ยาวกว่าทุกยุคและทุกแพลตฟอร์ม
เรียบเรียงโดย: THE INSIDER
Source
– https://youtu.be/pg16cVz5FbI?si=uOz8xAU_tr1mseIY