Carnival: ธุรกิจจากความชอบสู่แบรนด์ระดับโลก
หลายคนเริ่มทำธุรกิจจากสิ่งที่รัก แต่ทำไมมีเพียงไม่กี่คนที่ไปถึงฝั่งฝัน? กรณีศึกษาของ Carnival บอกเราว่า “ความชอบ” เป็นแค่จุดเริ่มต้น แต่ “กลยุทธ์” และ “การสร้างตัวตน” ต่างหากที่เป็นเชื้อเพลิงระยะยาว จากร้านขายรองเท้า Converse เล็ก ๆ สู่การ Collab กับแบรนด์ระดับโลก
คุณปิ๊นกับเพื่อนอีก 2 คน เริ่มต้นด้วยการนำรองเท้า Converse มาขาย โดยแบ่งเป็นสินค้าจากตัวแทนทั่วไป และสินค้าที่นำเข้าเองในรุ่นหายาก ซึ่งตรงนี้ทำให้คนสนใจมาก กลายเป็นกระแสใน Social Media จนมีคนติดตาม Facebook ส่วนตัวหลักแสนคน ตอนเริ่มต้นคิดแค่ว่าจะทำเป็นอาชีพเสริม แต่เมื่อทำไปเรื่อย ๆ ก็เริ่มจริงจังขึ้น นี่คือบทเรียนว่า บางทีธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ไม่ได้เริ่มจากแผนที่ยิ่งใหญ่ แต่เริ่มจากการทำสิ่งที่ชอบจนมันเติบโต
Branding ของ Carnival อยู่ในทุกอย่าง ตั้งแต่รูปที่โพสต์ แคปชั่น artwork สินค้าที่เลือกมาขาย โดยเฉพาะสินค้า limited ที่ร้านมักจะนำมาจำหน่ายอยู่เสมอ เมื่อเห็นสินค้าของ Carnival คนจะรู้ว่ามันพิเศษ นี่คือจุดแข็งและภาพจำของแบรนด์ ที่สร้างมาตั้งแต่วันแรก และรักษาไว้อย่างสม่ำเสมอ Branding ที่แข็งแรงทำให้ลูกค้าเชื่อใจและเปิดใจให้กับสินค้าใหม่ ๆ ของคุณ
จุดเริ่มต้นของการทำแบรนด์ของตัวเอง เกิดจากลูกค้าอยากซื้อถุงที่มีโลโก้ Carnival คุณปิ๊นมองว่า นี่แสดงว่า branding แข็งแรง คนอยากใช้ของที่เป็นแบรนด์ จึงเริ่มทำถุงผ้าแจกให้ลูกค้า แต่มีคนมาขอซื้อถุง ไม่ได้อยากซื้อรองเท้า นี่คือสัญญาณบอกว่า ถึงเวลาทำสินค้าของแบรนด์เองจริง ๆ แล้ว บทเรียนคือ ฟังสัญญาณจากลูกค้า พวกเขาจะบอกคุณเองว่า แบรนด์พร้อมหรือยัง
Carnival ใช้เวลา 7 ปี ถึงได้ร่วมงานกับ Adidas และแบรนด์ระดับโลกอื่น ๆ เพราะแบรนด์ใหญ่ไม่ได้มองแค่ยอดขาย แต่มองที่ Profile และ Branding ว่าการ Collab จะส่งเสริมกันและกันได้ไหม สินค้าที่ทำจะสื่อสารถึงกลุ่มเป้าหมายของทั้งสองฝ่ายได้ไหม และอีกหนึ่งปัจจัยคือ สตรีทแฟชั่นของไทยเพิ่งได้รับความนิยมในไม่กี่ปีที่ผ่านมา นี่คือเรื่องของ timing ที่ถูกต้องด้วย
คุณปิ๊นบอกว่า การ Collab บางครั้งเท่าทุน บางครั้งขาดทุน แต่ความสำคัญอันดับแรกของการ Collab คือ “ความอยากที่จะทำ” ไม่ใช่ยอดขายหรือกำไร เมื่อมันเป็นสิ่งที่อยากทำ ก็ต้องยอมรับผลที่ตามมา บทเรียนคือ บางครั้งธุรกิจไม่ใช่แค่เรื่องตัวเลข แต่เป็นเรื่องของ passion และการสร้าง brand experience ที่ลูกค้าจะจดจำ
DNA ของ Carnival คือความสนุกและความหลากหลาย จึงมีสินค้าใหม่ ๆ ออกมาอยู่เรื่อย ๆ บางตัวขายหมดเร็ว บางตัวขายไม่หมดก็มี แต่ความผิดพลาดเหล่านี้กลายเป็นประสบการณ์และบทเรียนในการทำสินค้าใหม่ ๆ บทเรียนคือ อย่ากลัวความผิดพลาด ถ้าคุณไม่ลอง คุณก็ไม่มีทางรู้ว่าอะไรจะได้ผล และอะไรไม่ได้ผล
เมื่อแบรนด์เดิมเริ่มประสบความสำเร็จ Carnival เริ่มย่อยสิ่งเดิมไปสู่แบรนด์ใหม่ ๆ เช่น Carnival Golf และ Carnival Running ที่มีตัวตนแตกต่างจากแบรนด์เดิม เพราะสินค้ากีฬาต้องเน้น function ต่างจากแฟชั่น ปัจจุบันยอดขายจากสินค้าอื่น ๆ สูงกว่าการขายรองเท้าแล้ว นี่คือการเติบโตที่ไม่ยึดติดกับจุดเริ่มต้น แต่ขยายไปสู่ตลาดใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง
การทำแบรนด์ใหม่ที่แตกต่างจากเดิม ทำให้เกิดคำถามจากลูกค้า แต่ด้วย branding ที่แข็งแรงและฐานลูกค้าเดิมจำนวนมาก ลูกค้าบางกลุ่มเปิดใจให้กับแบรนด์ใหม่ ๆ และเมื่อพวกเขาให้การตอบรับ พวกเขาก็จะกลายเป็นกระบอกเสียงบอกต่อให้กับลูกค้าใหม่ ๆ นี่คือพลังของการทำให้ลูกค้าเดิมพอใจอยู่เสมอ พวกเขาจะช่วยให้คุณเติบโต
บทเรียนจากคุณปิ๊น แห่งแบรนด์ Carnival บอกกับเราว่า ธุรกิจที่ยิ่งใหญ่เริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ ที่ทำด้วย “ความพยายาม” อย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่ความพยายามแค่ช่วงแรก แต่เป็นความพยายามที่ไม่เคยหยุด แม้บางครั้งจะล้มเหลว แต่ก็ยังลุกขึ้นมาทำต่อ ใช้เวลา 15 ปี ด้วยการรักษา branding ที่แข็งแรง กล้าทำสิ่งใหม่ ๆ และฟังเสียงของลูกค้า จนทำให้ร้าน 9 ตารางเมตร กลายเป็นแบรนด์ที่ใคร ๆ ก็รู้จัก และแบรนด์ระดับโลกยอมทำงานด้วย
เรียบเรียงโดย: THE INSIDER
Source: https://youtu.be/5SuylcUSwVw?si=4bxNxjIMXUE7G0wm