เทคนิคสร้างภาวะลื่นไหลในองค์กร เพื่อความคิดสร้างสรรค์ระดับสูงสุด
ลองนึกถึงช่วงเวลาที่คุณทำงานแล้วรู้สึกว่าเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทุกองค์ประกอบดูลงตัว มีกระแสความคิดที่ลื่นไหล และเมื่อจบวันคุณจะพบกับความรู้สึกพึงพอใจอย่างแท้จริง สภาวะที่เกิดขึ้นนั้นเรียกว่า “Flow” หรือภาวะลื่นไหล ซึ่งเป็นผลงานการวิจัยตลอด 25 ปีของ Mihaly Csikszentmihalyi ที่ค้นพบว่าความสุขที่ยั่งยืนไม่ได้มาจากปัจจัยภายนอกอย่างเงินหรือชื่อเสียง แต่เกิดจากการที่เราได้ลงมือทำในสิ่งที่ท้าทายและมีความหมายอย่างเต็มกำลัง
Flow คืออะไร? นิยามของมันคือสภาวะที่สมองจดจ่อกับงานอย่างสมบูรณ์แบบจนลืมตัวตน ลืมเวลา และรู้สึกว่าทุกอย่างดำเนินไปอย่างลงตัวที่สุด สิ่งนี้ไม่ใช่ภาวะที่เกิดขึ้นจากการพักผ่อนแบบเฉื่อยชาอย่างการนอนเล่นหรือดูซีรีส์ แต่คือช่วงเวลาที่มนุษย์ถูกดึงดูดเข้าสู่งานอย่างลึกซึ้งจนไม่อยากหลุดออกมา นักจิตวิทยายืนยันว่านี่คือสภาวะที่มนุษย์จะสัมผัสได้ถึงความสุขและความพึงพอใจในระดับสูงสุด
หัวใจสำคัญคือความท้าทายต้องสมดุลกับทักษะ หากงานง่ายเกินไปเราจะเกิดความเบื่อหน่าย แต่หากงานยากเกินความสามารถเราจะเกิดความวิตกกังวล ทว่าเมื่อความท้าทายและทักษะของเราอยู่ในระดับที่พอดีกัน ภาวะลื่นไหลจะเกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติ ซึ่งบทเรียนเชิงจิตวิทยานี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างกว้างขวาง ทั้งในด้านการเรียน การทำงานที่มีประสิทธิภาพ ไปจนถึงการบริหารจัดการทีมในองค์กรสมัยใหม่
เรามักถูกหล่อหลอมให้เชื่อว่าความสุขคือเป้าหมายปลายทางที่ต้องไขว่คว้ามาให้ได้ เช่น บ้าน หลังใหญ่ หรือตำแหน่งหน้าที่การงาน แต่จากการศึกษาของ Csikszentmihalyi พบว่าผู้ที่มีความสุขที่แท้จริงคือคนที่สามารถควบคุมประสบการณ์ภายในของตนเองได้ด้วยสติและสมาธิ ไม่ใช่คนที่พยายามแสวงหาทุกสิ่งจากปัจจัยภายนอกเพียงอย่างเดียว การบริหารจัดการจิตใจให้คงอยู่ในสภาวะที่สมดุลคือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ
ภาวะลื่นไหลจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในความสับสนวุ่นวาย เพราะสภาวะนี้ต้องการเป้าหมายที่ชัดเจนและผลตอบรับที่รวดเร็ว (Feedback) เช่นเดียวกับนักกีฬาอาชีพที่สามารถรู้ผลลัพธ์การกระทำของตนเองได้ทันที การทำงานโดยไร้ทิศทางและไม่มีการประเมินผลที่ชัดเจนจึงเป็นสาเหตุหลักที่นำไปสู่ภาวะหมดไฟ (Burnout) และทำให้เราสูญเสียโอกาสในการเข้าถึงสภาวะการทำงานระดับสูงสุดที่มีประสิทธิภาพ
บุคคลที่มีลักษณะแบบ “Autotelic Personality” หรือผู้ที่สามารถค้นหาความหมายในทุกสิ่งที่ทำ จะมีความสามารถในการเข้าสู่สภาวะลื่นไหลได้แม้จะเป็นงานประจำที่ดูเรียบง่าย เพราะพวกเขารู้วิธีการตั้งเป้าหมายย่อยและหมั่นเพิ่มความท้าทายให้ตัวเองอยู่เสมอ การโฟกัสที่กระบวนการลงมือทำมากกว่าการเฝ้ารอเพียงผลลัพธ์สุดท้าย คือเทคนิคสำคัญที่ช่วยให้พวกเขามีความสุขกับปัจจุบันขณะได้อย่างสม่ำเสมอ
กิจกรรมที่ง่ายเกินไปและไม่มีความท้าทายอย่างการดูซีรีส์ต่อเนื่องยาวนาน หรือการเลื่อนฟีดโซเชียลมีเดีย แทบจะไม่เคยสร้างภาวะ Flow ให้เกิดขึ้นได้เลย แม้ว่าเราอาจจะรู้สึกผ่อนคลายเพียงชั่วคราว แต่มันคือความสุขเชิงรับที่ผิวเผิน เพราะความสุขที่ลึกซึ้งและมีคุณค่ามากกว่านั้นต้องการการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงและการใช้ศักยภาพของมนุษย์ในการเผชิญหน้ากับความท้าทายที่เหมาะสม
องค์กรที่ออกแบบสภาพแวดล้อมให้พนักงานสามารถเข้าถึงภาวะลื่นไหลได้ จะสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน (Competitive Advantage) อย่างมหาศาล เพราะเมื่อมนุษย์อยู่ในสภาวะ Flow สมองจะทำงานได้ดีที่สุด ความคิดสร้างสรรค์จะพุ่งสู่ระดับสูงสุด และพลังงานในการทำงานจะไม่หมดไปง่ายๆ สิ่งนี้คือทรัพย์สินที่มองไม่เห็นซึ่งหลายองค์กรมักมองข้ามไปในการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล
สุดท้ายแล้ว ความสุขที่แท้จริงไม่ได้สถิตอยู่ที่จุดหมายปลายทาง แต่อยู่ในระหว่างทางที่เราได้ทำสิ่งที่ท้าทายและมีความหมายอย่างเต็มกำลัง หากเราเรียนรู้ที่จะออกแบบวิถีชีวิตให้มีภาวะ Flow แทรกซึมอยู่ในทุกวัน เราก็ไม่จำเป็นต้องเฝ้ารอเพียงแค่วันหยุดหรือการพักผ่อนครั้งใหญ่ เพราะในทุกๆ วันจะกลายเป็นวันที่มีคุณค่าและสร้างความพึงพอใจในตัวเองได้อย่างยั่งยืน
เรียบเรียงโดย: THE INSIDER
Source: หนังสือ Flow โดย Mihaly Csikszentmihalyi และ https://youtu.be/TzPky5Xe1-s?si=G0nol3c8fVulJ2BM