MAGURO Group: ธุรกิจอาหาร 7 แบรนด์ ยอดขาย 2,000 ล้าน
หลายคนอาจคิดว่าการเปิดร้านอาหารต้องมีพื้นฐานหรือประสบการณ์ในวงการมาก่อน แต่คุณป้อ-จักรกฤติ สายสมบูรณ์ ผู้ร่วมก่อตั้ง MAGURO Group กลับพิสูจน์ว่า สิ่งที่สำคัญกว่าคือ “การมองเห็นโอกาส” “ความจริงใจ” และ “การสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้า” จนกลายเป็นแบรนด์ร้านอาหาร 7 แบรนด์ ที่มีมากกว่า 52 สาขา สร้างยอดขายเกือบ 2,000 ล้านบาทต่อปี
[1] หลายคนมักคิดว่าธุรกิจนี้ “คนทำเยอะแล้ว” แต่คุณป้อมองต่าง ในช่วงเวลานั้น เขาเห็นช่องว่างระหว่าง “Mass” (ราคาถูก) กับ “Premium” (ราคาสูง) จึงสร้างตลาดใหม่คือ “Premium Mass” หรือ ของดีมีคุณภาพในราคาที่คนทั่วไปจับต้องได้ ดังนั้นหากคุณอยากชนะ อย่าแข่งในเกมที่คนอื่นเล่นอยู่แล้ว แต่จงหา “The Missing Piece” ที่ตลาดยังขาดอยู่ให้เจอ
[2] การทำธุรกิจด้วยความ “ชอบ” อย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอ แม้ว่า MAGURO จะเริ่มต้นจากความหลงใหลในอาหารญี่ปุ่นก็จริง แต่สิ่งที่ทำให้อยู่รอดคือการ “ศึกษาความเป็นไปได้” (Feasibility) และตัวเลขที่สนับสนุนว่าตลาดนี้มีศักยภาพเติบโต อย่าใช้แค่ความรู้สึกนำทาง แต่จงใช้ข้อมูลเป็นเข็มทิศ เพราะ Passion อาจพาคุณเริ่มได้ แต่ Data จะพาคุณอยู่รอด
[3] ในขณะที่คนอื่นลดต้นทุนเพื่อเพิ่มกำไร MAGURO เลือกที่จะใช้ปรัชญา “Give More” คือการใส่วัตถุดิบที่ดีที่สุด บริการที่ใส่ใจที่สุด เพื่อสร้าง “ความคุ้มค่า” (Value for Money) ที่ลูกค้าสัมผัสได้ เมื่อลูกค้ารู้สึกว่าเขาเป็น “ผู้ได้รับ” มากกว่า “ผู้จ่าย” เขาจะกลายเป็นกระบอกเสียง (Brand Advocate) ให้คุณฟรี ๆ ทันที
[4] ปีแรกของ MAGURO คือห้องทดลองขนาดใหญ่ ผู้ร่วมก่อตั้งทั้ง 4 คนสลับกันลงไปอยู่ที่หน้าร้าน เพื่อพูดคุยกับลูกค้าและเก็บ Feedback มาปรับปรุง ไม่ว่าจะเป็นรสชาติหรือการบริการ การทำธุรกิจช่วงแรกจึงไม่ใช่เวลาของการกอบโกย แต่เป็นเวลาของการปรับปรุงสินค้าและบริการให้เข้ากับตลาด
[5] Pain Point คลาสสิกของผู้ประกอบการคือ “เสียเพื่อนเพราะทำธุรกิจ” เคล็ดลับของ MAGURO คือการแบ่งบทบาท (Roles & Responsibilities) ให้ชัดเจน ใครดูหน้าบ้าน ใครดูหลังบ้าน และเคารพการตัดสินใจในพื้นที่ของกันและกัน มิตรภาพคือเรื่องส่วนตัว แต่ผลลัพธ์ทางธุรกิจคือเรื่องส่วนรวม อย่าใช้ความเกรงใจมาบริหารงาน แต่จงใช้ “ความเป็นมืออาชีพ”
[6] การเปิดสาขา 2 คือจุดวัดใจ MAGURO ไม่ได้สุ่มเลือกทำเล แต่สังเกตเห็นว่ามีลูกค้าเดินทางมาไกล โดยเฉพาะจากแถว “พระราม 3” เพื่อมาทานที่สาขาเป็นจำนวนมาก จึงตัดสินใจไปเปิดสาขาที่นั่นเพื่อรองรับ Demand ที่มีอยู่จริง การขยายธุรกิจที่ปลอดภัยที่สุด คือการขยายไปหาฐานลูกค้าที่รอคุณอยู่แล้ว ไม่ใช่การไปเสี่ยงดวงในน่านน้ำที่ไม่รู้จัก
[7] เมื่อเทรนด์ผู้บริโภคเปลี่ยนไว การมีแค่แบรนด์เดียวคือความเสี่ยง MAGURO Group จึงตัดสินใจเปิดแบรนด์ใหม่ ๆ จนปัจจุบันมีมากถึง 7 แบรนด์ เช่น HITORI SHABU, SSAMTHING TOGETHER เพื่อตอบโจทย์ความชอบที่หลากหลาย แต่ดึงลูกค้าให้อยู่ในระบบเดียวกันด้วย CRM นี่คือการสร้าง Ecosystem ที่ไม่ว่าลูกค้าจะอยากกินอะไร เงินก็ยังหมุนเวียนอยู่ในกระเป๋าบริษัทของคุณ
[8] ยุคนี้ของอร่อยหากินง่าย แต่ “ความรู้สึกดี” หาได้ยาก MAGURO จึงให้ความสำคัญกับ Total Experience ตั้งแต่ที่จอดรถ การต้อนรับ จนถึงวินาทีที่ลูกค้าเดินออกจากร้านไป สิ่งเหล่านี้คือ “Emotional Value” ที่ทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ ในสมรภูมิที่สินค้าลอกเลียนแบบกันง่าย “ประสบการณ์” คือสิ่งเดียวที่คู่แข่งขโมยไปจากคุณไม่ได้
[9] คุณป้อย้ำว่า “ธุรกิจไม่มีเส้นชัย” มันไม่ใช่การวิ่ง 100 เมตรที่วัดกันที่ความเร็ว แต่คือการวิ่งระยะไกล ที่ต้องการ “ความสม่ำเสมอ” (Consistency) ในการรักษาคุณภาพ วินัย และความอดทน การเติบโตที่ยั่งยืนไม่ได้เกิดจากยอดขายที่พุ่งพรวดในวันเดียว แต่เกิดจากการทำให้ดีขึ้นทีละนิดในทุก ๆ วัน
บทเรียนจาก MAGURO Group บอกกับเราว่า การผสมผสานระหว่าง “Passion” ในสินค้า กับ “System” ในการบริหารจัดการ คือกุญแจสำคัญที่เปลี่ยน “ร้านอาหาร” ให้กลายเป็น “บริษัท” ในตลาดหลักทรัพย์ ความสำเร็จไม่ได้วัดกันที่ใครเริ่มก่อน แต่วัดกันที่ใคร “ให้” ลูกค้าได้มากกว่าและยืนระยะได้นานกว่ากัน
เรียบเรียงโดย: THE INSIDER
Source: https://youtu.be/-U6u5_2ixH0?si=3qUxf2qmxZimCw9-