ถอดแนวคิด Marketing Manager ผู้อยู่เบื้องหลังแบรนด์ดังเมืองไทย

0
นักการตลาดไทยกับประสบการณ์จากแบรนด์ระดับประเทศ เบื้องหลังการสร้างแคมเปญการตลาดเชิงกลยุทธ์ การรีแบรนด์และการตลาดเชิงวิเคราะห์ในธุรกิจอาหาร การตลาดแบบ Real-time Content ของแบรนด์ดัง เส้นทางอาชีพนักการตลาดจาก Tech สู่ FMCG Marketing strategist behind Thailand leading brands Brand transformation and campaign strategy experience Real-time marketing content development in FMCG Food and beverage brand marketing leadership Strategic marketing journey from tech to consumer brands

หลายคนเข้าใจผิดว่า “การตลาด” มีหน้าที่แค่ประกาศให้ลูกค้ารู้ แต่สำหรับคุณตุลย์-ชนินทร์ ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Burger King, Au Bon Pain และ Swensen’s มองว่า การตลาดคือ “มันสมอง” ที่ขับเคลื่อนธุรกิจ ตั้งแต่การคำนวณความคุ้มค่าทางบัญชี การออกแบบเมนูที่แตะหัวใจลูกค้า ไปจนถึงการสื่อสารที่ทำให้แบรนด์ไม่ตกยุค


[1] ก่อนจะทำโปรโมชั่น สิ่งที่คุณต้องทำไม่ใช่การสั่งกราฟิกให้ทำภาพสวย ๆ แต่ต้องเริ่มจาก “การเงิน” (Finance) คำนวณจุดคุ้มทุนว่าต้องหาลูกค้าเพิ่มกี่คนถึงจะได้กำไร และประสานงานกับ IT หรือ Supplier เพื่อเตรียมระบบ การตลาดที่แข็งแกร่งต้องมีรากฐานจากการวิเคราะห์ (Analysis) ตัวเลขที่แม่นยำ ไม่ใช่แค่ความรู้สึก หรือเริ่มได้ทันที


[2] ในวันที่โลกหมุนเร็ว คุณจะรอดูผลลัพธ์หลังจบแคมเปญไม่ได้อีกต่อไป คุณตุลย์แนะนำให้ใช้ “Real-time Content” จับกระแสสังคมมาสร้างตัวตนให้แบรนด์ เหมือนตอนทำ Baskin-Robbins ที่ขยับตัวไวคนแรกจนคู่แข่งต้องขยับตาม การหมั่นตรวจสอบผลลัพธ์และปรับกลยุทธ์รายวันคือสิ่งที่ทำให้แบรนด์ของคุณยังคงอยู่ในสายตาลูกค้าเสมอ


[3] กรณีศึกษาของ Au Bon Pain ที่รีแบรนด์เป็น “น้องเฌอแปง” (อุบลพรรณ) เพื่อแก้ปัญหาแบรนด์ดูแก่และเข้าถึงยาก คือความกล้าหาญที่น่าศึกษา การเล่นมุกตลกกับชื่อที่ลูกค้าเรียกผิด ทำให้แบรนด์ดู “ขี้เล่น” และเข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้ทันที หากแบรนด์ของคุณเริ่มเก่าหรือตึงเครียดเกินไป อย่ากลัวที่จะปรับภาพลักษณ์ (Refresh Brand) ให้ดูเป็นมิตรขึ้น


[4] การตลาดมีหน้าที่กำหนดทิศทางสินค้า คุณต้องกล้าตัดเมนูที่ขายไม่ได้ออก และเพิ่มเมนูที่ตอบโจทย์ตลาด Mass เข้าไป เช่น Burger King ที่ปรับราคาลงมาเหลือหลักสิบ เพื่อดึงลูกค้ากลุ่มใหม่ การปรับสินค้าให้สอดคล้องกับพฤติกรรมลูกค้า (Customer Behavior) คือทางรอดที่ช่วยขยายฐานลูกค้าได้จริง


[5] การทำสินค้าให้โดนใจต้องมอง 2 ด้าน คือ “ตัวตนของแบรนด์” และ “ความต้องการลูกค้า” ตัวอย่างเช่น Burger King ทำ “ไก่ทอดหาดใหญ่” โดยใช้ Storytelling เรื่องหอมเจียวและรสชาติแบบไทยแท้ แต่ยังคงมาตรฐานแบรนด์อินเตอร์ การผสานจุดแข็งของตัวเองเข้ากับสิ่งที่ลูกค้าคุ้นเคยจะช่วยให้คุณเจาะตลาดใหม่ได้โดยไม่เสียตัวตน


[6] Swensen’s เก่งเรื่องการเกาะกระแสเทศกาล (Seasonality) อย่าง “ไอศกรีมหัวหมูพะโล้” ช่วงตรุษจีน ที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่อยากไหว้เจ้าแต่ทำตัวไม่ถูก ให้มีส่วนร่วม (Engage) ได้ง่าย ๆ แถมยังตอบโจทย์ฟังก์ชันของหวานหลังมื้ออาหาร คุณสามารถสร้างสินค้า “Limited Edition” ตามเทศกาลเพื่อสร้างสีสันและกระตุ้นยอดขายในช่วงเวลาสั้น ๆ ได้อย่างดีเยี่ยม


[7] กว่าจะออกมาเป็นหนึ่งแคมเปญ ต้องผ่านการถกเถียง ระดมสมอง และตรวจสอบมาตรฐานอย่างหนัก ผู้ประกอบการหลายคน มักตกม้าตายเรื่องการสื่อสาร (Communication) ไปยังหน้าร้าน หากคุณมีไอเดียดีแต่พนักงานหน้าร้านไม่เข้าใจ หรือปฏิบัติงาน (Operation) ไม่ได้จริง แคมเปญนั้นก็จะล้มเหลว จงให้ความสำคัญกับการสื่อสารภายในทีมพอ ๆ กับการโฆษณาบอกลูกค้า


[8] ทุกครั้งที่จะทำอะไร ให้วางตุ๊กตา 3 ตัวไว้ตรงหน้า:
– ลูกค้าได้อะไร?
– สินค้าดีจริงไหม?
– แบรนด์ดูแย่ลงหรือไม่?
จงหาสมดุลของ 3 สิ่งนี้ให้เจอในทุกการตัดสินใจ


บทเรียนจากคุณตุลย์ บอกกับเราว่า การตลาดไม่ใช่เวทมนตร์ที่เสกยอดขายได้ชั่วข้ามคืน แต่คือกระบวนการคิดที่ “ใส่ใจ” (Empathy) ในรายละเอียดของมนุษย์ ผสมผสานกับ “ตรรกะ” (Logic) ทางธุรกิจที่เข้มข้น หากคุณกล้าที่จะปรับตัว เข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง และรักษาคุณภาพสินค้าให้ดีเยี่ยม แบรนด์ของคุณจะไม่เป็นเพียงแค่ทางเลือก แต่จะกลายเป็น “ส่วนหนึ่ง” ของชีวิตลูกค้าที่ขาดไม่ได้


เรียบเรียงโดย: THE INSIDER
Source
https://youtu.be/8wTkeuGigmI?si=xiSyu9PdlS-GhogY

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *