Talayjai: ร้านซีฟู้ดที่สร้างจาก Passion ความสำเร็จของเจมส์-ธีรดนย์

0
ซีฟู้ดร้านทะเลใจ เจมส์-ธีรดนย์ เจ้าของร้านทะเลใจ การบริหารสต็อกอาหารร้านทะเลใจ การทำบัญชีร้านอาหารทะเลใจ ร้านทะเลใจที่มาแรงในปีที่ผ่านมา Talayjai seafood restaurant James-Theeradon founder Talayjai Seafood stock management Talayjai Accounting practices Talayjai restaurant Talayjai fast-growing seafood restaurant

หากพูดถึงหนึ่งในร้านซีฟู้ดที่กำลังมาแรงในปีที่ผ่านมา “Talayjai – ทะเลใจ” ของ เจมส์-ธีรดนย์ น่าจะเป็นหนึ่งในชื่อที่เราเห็นผ่านตาบ่อย ๆ จากทั้งรีวิว คนแชร์ต่อ และภาพวัตถุดิบแบบจัดเต็ม จนหลายคนสงสัยว่าทำไมร้านที่เปิดมาแค่ปีเดียว ถึงกลายเป็นกระแสได้เร็วขนาดนี้


หลายคนอาจมองว่า “ก็เพราะเป็นร้านของดาราไง” ซึ่งก็เป็นความจริงในระดับหนึ่ง เพราะการมีชื่อเสียงช่วยเป็น Jump Start ให้ธุรกิจได้เริ่มต้นแรงกว่าร้านทั่วไป แต่ขณะเดียวกัน ก็เป็นดาบสองคม เพราะมันทำให้คนเหมารวมว่า “ร้านดารา” เป็นร้านที่ทำมาขายให้แค่กับแฟนคลับเท่านั้น


นั่นจึงเป็นคำถามสำคัญในวันเริ่มต้นว่า “ทะเลใจจะขายให้ใคร?” ถ้าปล่อยให้ตลาดเข้าใจผิดตั้งแต่แรก ต่อให้อาหารดีแค่ไหน ก็สื่อสารไม่โดน และฐานลูกค้าจะไม่เติบโตแบบที่ควรจะเป็น นี่คือโจทย์เชิงกลยุทธ์ที่ทุกแบรนด์หน้าใหม่ต้องเจอเหมือนกัน


ความน่าสนใจคือ จุดเริ่มต้นของร้าน เกิดจาก “ห้องแถวว่างห้องหนึ่ง” ที่เพื่อนเสนอให้คุณเจมส์ลองเอาไปทำอะไรสักอย่าง ความบังเอิญเล็ก ๆ กลายเป็นจุดประกายให้เขาหยิบความชอบส่วนตัวเรื่อง “ซีฟู้ด” กลับมาคิดอย่างจริงจังอีกครั้ง


คุณเจมส์มองเห็น “ช่องว่างในตลาด” ที่หลายคนก็รู้สึกแต่ยังไม่มีใครแก้ไข เรามักต้องเลือกระหว่างภัตตาคารราคาสูงสำหรับครอบครัวใหญ่ หรือบุฟเฟ่ต์ที่ต้องบริการตัวเอง แต่ถ้าอยากกินซีฟู้ดดี ๆ แต่ไปคนเดียวหรือกลุ่มเล็ก ๆ แล้วไม่ต้องบริการตัวเอง ยังไม่มีร้านที่ตอบโจทย์จุดนี้


เมื่อเห็น Pain Point ชัดเจน การตัดสินใจเริ่มทำธุรกิจจึงเกิดขึ้นแบบไม่ฝืนธรรมชาติของผู้ประกอบการ เริ่มจาก “เงินลงทุนไม่มาก เสี่ยงพอรับได้ และทดลองไอเดียก่อนขยาย” ซึ่งเป็นวิธีคิดที่เหมาะกับยุคที่ต้นทุนการทดลองทำธุรกิจถูกลงเรื่อย ๆ


แต่เมื่อเปิดร้านจริง ทุกอย่างไม่สวยงามอย่างที่คิด โดยเฉพาะ “เรื่องคน” ที่เป็นความปวดหัวอันดับหนึ่งของทุกธุรกิจ โดยเฉพาะร้านอาหาร ทั้งพนักงานลาออกกะทันหัน ป่วย ขาดงาน ซึ่งหากขาดแค่ตำแหน่งเดียวก็จะทำให้ระบบทั้งร้านสะดุดทันที


อีกหนึ่งปัญหาที่หนักไม่แพ้กันคือ “บริหารสต็อกอาหาร” ซึ่งเป็น Pain Point คลาสสิกของธุรกิจ F&B เพราะซีฟู้ดสดมีวันหมดอายุเร็ว ถ้าสต็อกมากเกินก็ขาดทุน สต็อกน้อยเกินก็ขายไม่ได้ และลูกค้าไม่ประทับใจ ระบบและรายได้สวิงในช่วงแรก ทำให้ต้นทุนควบคุมได้ยากมาก


สิ่งที่ทำให้ร้านทะเลใจผ่านช่วงเกิดปัญหาได้ ไม่ใช่เพราะสูตรลับอะไร แต่คือ “ไฟ” ของวันแรก ที่แรงพอที่จะพาให้เดินต่อแม้เจอเรื่องยุ่งทุกสัปดาห์ และยิ่งร้านเริ่มเดินได้ ก็ทำให้ไอเดียใหม่ ๆ ผุดขึ้นแบบไม่หยุด


แต่ไฟอย่างเดียวไม่พอ ต้องมี “ระบบหลังบ้าน” ที่ดีด้วย โดยเฉพาะเรื่องบัญชี เพราะร้านอาหารจำนวนมากไปไม่รอดเพราะ “ไม่รู้ตัวเลขที่แท้จริง” คุณเจมส์จึงทำบัญชีอย่างละเอียด เพื่อให้เห็นต้นทุน ต้นเหตุ และทางแก้แบบไม่หลอกตัวเอง


แต่สิ่งที่คุณเจมส์ย้ำเสมอกับตัวเองคือ “อย่าให้ความกลัวเรื่องเจ๊ง ทำให้เราไม่กล้าลงมือทำ” ทุกคนเจ๊งได้ เจ๊งแล้วเริ่มใหม่ได้ แต่สิ่งที่น่าอายกว่าคือ ไม่เคยทำอะไรเลย แต่คอยวิจารณ์คนอื่น


นอกจากนี้ “ความกลัว” ยังเป็นตัวช่วยอีกอย่างหนึ่ง คือทำให้เราเตรียมตัวมากขึ้น คิดรอบด้านมากขึ้นและไม่ประมาท แต่หากปล่อยให้ความกลัวปิดโอกาส เราจะติดอยู่ที่จุดเดิม และไม่มีวันที่จะได้เริ่มต้น


สุดท้าย คุณเจมส์ฝากไว้ว่า “เสียใจ ดีกว่า เสียดาย” – การลงมือทำแล้วพลาด ยังดีกว่าคิดอยู่นาน แต่ไม่เริ่มลงมือทำอะไรสักที เพราะการมี Passion แต่ไม่มี Action ก็เป็นแค่ไอเดียลอย ๆ


ดังนั้น ภาพสะท้อนของร้านทะเลใจ จึงไม่ใช่ร้านที่เกิดจากสูตรสำเร็จ แต่เป็นการลองผิด ลองถูก ทำตัวเลขให้ละเอียด และกล้าขยับก่อนที่โอกาสจะผ่านไป ซึ่งไม่ต่างจากผู้ประกอบการที่ต้องการอยู่ให้รอด แล้วไปให้ไกล ก็ต้องวิ่งให้เร็วและเรียนรู้ให้ไว

เรียบเรียงโดย: THE INSIDER
Source
https://youtu.be/i4KIjJotJK8?si=VR5lirATwFUX7miD

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *