คุณอิ๋ม-มิลิน: การสร้างแบรนด์ Mitr ด้วยความจริงใจและการออกแบบที่ไม่เหมือนใคร
ลองจินตนาการถึงวันที่เราเดินเข้าในไปร้านขายผ้า แล้วเจอผ้าที่ “ไม่สมบูรณ์แบบ” แต่มันสวยแบบบอกไม่ถูก นี่คือโมเมนต์ที่เกิดขึ้นกับคุณอิ๋ม-มิลิน วินทะไชย ผู้ก่อตั้งแบรนด์เสื้อผ้า “Mitr (มิตร)” ที่ยืนระยะมาได้มากกว่า 10 ปี และกลายเป็นตัวอย่างของแบรนด์ที่เริ่มจากจุดเล็ก ๆ แต่เติบโตด้วยคุณภาพและความจริงใจ
คุณอิ๋มเริ่มทำแบรนด์ตั้งแต่อายุ 24-25 ปี จากร้านเสื้อผ้าที่ซื้อมาขายไปตาม “ความชอบส่วนตัว” ถ่ายรูปเอง ขายเอง นอกจากนี้ชื่อ “Mitr” ก็เป็นชื่อที่คิดตั้งแต่วันแรก ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นก่อนที่เธอจะผลิตสินค้าของตัวเองจริง ๆ
เมื่อหลายร้านสามารถขายเสื้อแบบเดียวกับที่เธอซื้อมาได้ ความต่างก็เริ่มหายไป นี่คือ Pain Point ที่คนขายเสื้อออนไลน์เจอกันทั้งนั้น และมันผลักให้เธอเข้าสู่ “การผลิตแบรนด์ตัวเอง” อย่างจริงจัง
หลังจากที่เธอบังเอิญได้เห็นและสัมผัสกับผ้าฝ้ายสาลู ที่ให้ความโปร่ง เบา และ “ไม่สมบูรณ์แบบแต่สวยงาม” เธอเกิดความคิดขึ้นมาทันทีว่าจะทำอะไรกับผ้านี้ดี จนสุดท้ายสิ่งนี้กลายมาเป็น “Iris Cotton Shirt” เสื้อเชิ้ตที่มีดีไซน์แขนไม่เหมือนใคร จนกลายเป็นคอลเลกชันที่ให้ Mitr กลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างครั้งแรก
หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีคอลเลกชันที่สอง คือ “Mali Blouse” ที่ยังคงยึดคอนเซปต์ “แขนเสื้อ” แบบคอลเลกชันแรก แต่ปรับดีไซน์ตัวเสื้อใหม่จนลงตัว ทำให้ยอดขายพุ่งไม่หยุด พร้อมกับคำชมจากลูกค้าว่า “ใส่แล้วรู้สึกสวยขึ้น” สิ่งนี้กลายมาเป็น Value Proposition ที่แบรนด์ไม่ได้ตั้งใจแต่เกิดขึ้นจริง
คุณอิ๋มเล่าว่าเธอ “จริงใจกับเสื้อผ้ามาก ๆ” ตั้งใจทำสินค้าที่มีคุณภาพในราคาที่จับต้องได้ จนลูกค้ารู้สึกว่า คุณภาพที่ได้สูงกว่าราคาเสมอ ความจริงใจนี้กลายมาเป็น Strategic Advantage ที่เกิดจากการลงรายละเอียดทุกขั้นตอน
หลังจากสินค้าได้รับความนิยม ลูกค้าเริ่มซื้อสินค้าไม่ทัน สินค้าหมดอยู่บ่อยครั้ง จากทีม 5 คนที่ทำงานแทบไม่ทัน จึงต้องขยายทีมไปสู่ 40 คน ภายในระยะเวลาไม่นาน และสิ่งนี้กลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาคือ “แบรนด์โตเร็วเกินไป”
เพราะการบริหารคนเป็นด่านที่ยากที่สุด คุณอิ๋มต้องทำงานแทบทุกอย่าง ตัดสินใจเองแทบทุกเรื่อง พนักงานเก่ง ๆ จึงไม่มีพื้นที่ในการแสดงความสามารถ ทุกคนเกิดอาการหมดไฟ จนสุดท้ายต้องหยุดทุกอย่างเพื่อกลับมาทบทวน
จากนั้นคุณอิ๋มเริ่มกระจายงาน ให้คนเก่งได้ลงมือคิดและตัดสินใจ ส่วนเธอก็ถอยตัวเองออกมาเป็นผู้บริหารมากขึ้น สิ่งนี้กลายมาเป็น Turning Point ของแบรนด์ ที่ทำให้แบรนด์พลิกกลับมาและเดินหน้าต่อได้
ในส่วนเรื่องของไอเดียและการออกแบบ คุณอิ๋มยอมรับว่า เป็นสิ่งที่บังคับไม่ได้ มีวันที่คิดได้ และมีวันที่คิดไม่ได้ ซึ่งวันที่เริ่มคิดไม่ได้ คือวันที่เป็นสัญญาณเตือนว่า เราต้องออกไปหา “Input” ใหม่ ๆ เพิ่มเติม เธอจึงพาตัวเองและทีม “ออกไปใช้ชีวิต” กิน เที่ยว เดินทาง หรือส่งบางคนไปต่างประเทศเพื่อหาแรงบันดาลใจใหม่ ๆ
เพราะ Creativity มาจาก “Input x Inspiration” เมื่อใช้ input เดิม ๆ ก็จะทำให้ไอเดียมีแต่สิ่งเดิม ๆ แต่ถ้าอยากให้แบรนด์เติบโต มีสินค้าใหม่ ๆ งานสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ก็ต้องมีพื้นที่ในการออกไปท่องโลกกว้าง
หลังจากการเดินทางมายาวนานกว่า 10 ปีของ Mitr คุณอิ๋มบอกว่า Vision ต่อไปคือเปลี่ยนตัวเองจาก Fashion เป็น Lifestyle โดยการขยาย Product Line ให้หลากหลายขึ้น รวมถึงผลิตสินค้าที่อยู่กับผู้คนได้ในทุกช่วงเวลา แต่ต้องไม่ทิ้งเสน่ห์ของความเรียบง่ายที่ทำให้เติบโตมาตั้งแต่วันแรก
สุดท้าย เรื่องราวของ “Mitr” สะท้อนให้เห็นว่า “ความจริงใจ + ตัวตนที่ชัดเจน + ความตั้งใจ” คือสิ่งที่พาแบรนด์ไปได้ไกล แม้วันที่เริ่มต้นไม่ได้ยิ่งใหญ่ ไม่ต้องทำสินค้านวัตกรรมระดับโลก
ดังนั้น ถ้าคุณรู้ว่าตัวเองอยากทำอะไร และมีไฟมากพอ สิ่งที่คุณจะทำจะไม่เหมือนใคร แม้เส้นทางอาจผิดบ้างถูกบ้าง แต่ทุกก้าวคือข้อมูลสำคัญที่จะพาคุณไปจุดที่ใช่จริง ๆ
เรียบเรียงโดย: THE INSIDER
Source
– https://youtu.be/Kg1tFj74BHY?si=COa2dtMEa4O0Jub8